คืนที่ผิวสวยที่สุด คือคืนที่ผมเกือบไม่ใช่ตัวเอง

คืนที่ผิวสวยที่สุด คือคืนที่ผมเกือบไม่ใช่ตัวเอง

หลังจากวันที่ผมกลับไปที่ร้านเครื่องสำอางเก่าใกล้ทางขึ้นดอยสุเทพแล้วพบว่ามันหายไปอย่างไร้ร่องรอย ผมเริ่มรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่ท่ามกลางเรื่องที่อธิบายไม่ได้มากขึ้นเรื่อยๆ ทุกอย่างดูเหมือนจะค่อยๆ หลุดออกจากความเข้าใจปกติทีละนิด โดยเฉพาะขวดเซรั่มใสในกระเป๋าที่ผมยังคงใช้มันต่อทุกคืน ทั้งที่ในใจลึกๆ เริ่มรู้แล้วว่ามันไม่ใช่ของธรรมดา ผิวหน้าของผมตอนนั้นเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบที่สุดในชีวิต ไม่มีสิว ไม่มีรอย…
เซรั่มขวดเดียวกับเสียงกระซิบในร้านเครื่องสำอางเก่า

เซรั่มขวดเดียวกับเสียงกระซิบในร้านเครื่องสำอางเก่า

หลังจากคืนที่ผมเห็นเงาในกระจกขยับช้ากว่าตัวเองอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรก ผมแทบไม่กล้ายืนอยู่หน้ากระจกนานๆ อีกเลย ทุกอย่างในห้องน้ำยังเหมือนเดิม ไฟยังสว่างเท่าเดิม กระจกยังใสเหมือนเดิม แต่ความรู้สึกที่เคยเป็นแค่ความแปลกใจ เริ่มกลายเป็นความระแวงโดยไม่รู้ตัว ผมพยายามบอกตัวเองว่า อย่าคิดมาก…
คืนแรกในห้องเช่าหลังนิมมาน ที่กระจกไม่เคยสะท้อนหน้าเดิม

คืนแรกในห้องเช่าหลังนิมมาน ที่กระจกไม่เคยสะท้อนหน้าเดิม

ผมย้ายมาอยู่เชียงใหม่ช่วงปลายฝนต้นหนาว เป็นช่วงที่อากาศเริ่มเย็นลงเล็กน้อยในตอนกลางคืน แต่กลางวันยังมีแดดแรงพอให้เหงื่อซึมได้ง่าย ห้องเช่าที่เลือกไว้เป็นห้องเล็กๆ ชั้นสามของตึกเก่าแถวถนนนิมมานเหมินท์ ไม่ได้ใหม่ ไม่ได้สวย แต่ราคาพอรับได้ และอยู่ไม่ไกลจากที่ทำงานมากนัก ตอนมาดูห้องครั้งแรก…
คนโบกรถกลางดึก ที่ไม่มีใครจำได้ว่าเคยรับขึ้นมา

คนโบกรถกลางดึก ที่ไม่มีใครจำได้ว่าเคยรับขึ้นมา

คืนนั้นเราออกเดินทางกลับจากต่างจังหวัดเกือบเที่ยงคืน ถนนเริ่มโล่งจนแทบไม่มีรถสวน ไฟข้างทางห่างออกไปทีละช่วง และความมืดก็ค่อยๆ เข้ามาแทนที่ทุกอย่างอย่างเงียบๆ เหลือเพียงแสงจากหน้ารถที่ส่องไปข้างหน้าเหมือนอุโมงค์แคบๆ ที่เราต้องขับผ่านไปให้พ้นโดยเร็วที่สุด ถนนเส้นนั้นไม่ใช่ถนนเปลี่ยวในแบบน่ากลัวทันที แต่มันเป็นความเงียบที่ค่อยๆ กดทับความรู้สึกโดยไม่รู้ตัว…
เรื่องผีกล้องติดรถยนต์ บรรยากาศในรถตอนขับกลางคืนบนถนนเปลี่ยว

กล้องที่บันทึกมากกว่าถนน ในคืนที่ไม่มีใครกล้าพูดถึงสิ่งที่เห็น

คืนนั้นเราออกจากภูสอยดาวช้ากว่าที่ตั้งใจไว้มาก ถนนช่วงขาลงแทบไม่มีไฟส่องทาง มีแค่แสงจากหน้ารถที่กวาดไปตามเส้นถนนคดเคี้ยวผ่านป่าทึบ เสียงในรถเงียบกว่าตอนขาขึ้น ไม่มีใครเปิดเพลง ไม่มีใครชวนคุย ทั้งที่ก่อนหน้านี้เรายังหัวเราะกันอยู่ เหมือนทุกคนรู้สึกตรงกันโดยไม่ต้องพูดว่า อยากให้การเดินทางช่วงนี้ผ่านไปให้เร็วที่สุด ถนนช่วงนั้นไม่ใช่ถนนน่ากลัวในแบบที่เห็นอะไรชัดเจน…
คืนที่ไม่มีใครอยากออกจากเต็นท์ – ภูสอยดาว

คืนที่ไม่มีใครอยากออกจากเต็นท์ – ภูสอยดาว

หลังจากเหตุการณ์ตอนเดินกลับจากลานหินปุ่มในช่วงเย็นวันนั้น ไม่มีใครในกลุ่มพูดถึงเสียงฝีเท้าที่ได้ยินอีกเลย ไม่ใช่เพราะทุกคนลืม แต่เหมือนเราทุกคนต่างเลือกจะวางเรื่องนั้นไว้เงียบๆ เหมือนเป็นบางอย่างที่ถ้าพูดออกมาแล้ว คืนที่เหลือของทริปอาจจะยาวนานขึ้นโดยไม่จำเป็น และคืนนั้นเองที่พวกเราเข้าเต็นท์เร็วกว่าทุกคืนที่ผ่านมา ทั้งที่ปกติแล้วช่วงกลางคืนคือเวลาที่เรามักนั่งคุยกันยาวที่สุด อากาศบน ภูสอยดาว…
เสียงฝีเท้าที่ลานหินปุ่ม – เรื่องที่ไม่มีใครอยากเป็นคนเริ่มเล่า

เสียงฝีเท้าที่ลานหินปุ่ม – เรื่องที่ไม่มีใครอยากเป็นคนเริ่มเล่า

ก่อนจะเดินทางมา ภูสอยดาวผมเคยได้ยินเรื่องเล่าประหลาดจากคนที่เคยขึ้นมาก่อนอยู่บ้าง เป็นเรื่องที่ไม่มีใครเล่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นหรืออยากให้คนฟังเชื่อจริงจังนัก แต่ก็มักจะจบด้วยประโยคคล้ายๆ กันว่า “มันแปลก” หรือ “ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า” ซึ่งฟังดูเหมือนคำอธิบายที่ไม่ต้องการคำตอบ มากกว่าความพยายามพิสูจน์อะไรบางอย่าง…