GPS พาหลงทางกลางคืน ทางที่ไม่มีในแผนที่

GPS พาหลงทางกลางคืน ทางที่ไม่มีในแผนที่

คืนนั้นเราออกเดินทางกลับจากต่างจังหวัดช้ากว่าที่ตั้งใจไว้มาก ถนนเริ่มโล่ง ไฟข้างทางเริ่มห่างกันออกไปเรื่อยๆ และความมืดก็ค่อยๆ เข้ามาแทนที่แสงไฟจากร้านค้าและบ้านเรือนตามทางอย่างเงียบๆ เหมือนการปิดม่านทีละชั้นโดยที่ไม่มีใครทันสังเกต จนเหลือเพียงแสงจากหน้ารถและหน้าจอ GPS ที่กลายเป็นสิ่งเดียวที่เราพึ่งพาได้ในเวลานั้น

ก่อนหน้านี้ผมเคยอ่านเจอหลายคนแชร์ประสบการณ์คล้ายๆ กันในกลุ่มคนเดินทาง ว่าการใช้ GPS ตอนกลางคืน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล มักพาเข้าทางลัดที่ไม่มีในแผนที่จริง บางคนหลงเข้าไปในป่า บางคนวนอยู่ในเส้นทางเดิมซ้ำๆ หลายรอบ ทั้งที่แอปยังยืนยันว่าเป็นทางที่เร็วที่สุด และหลายคนก็บอกตรงกันว่า เหตุการณ์แบบนี้มักเกิดขึ้นในช่วงที่สัญญาณอ่อนหรือไม่มีเสาส่งสัญญาณใกล้ๆ

GPS บอกให้เลี้ยวเข้าซอยเล็กๆ ซอยหนึ่ง ซึ่งดูแคบและมืดกว่าที่ควรจะเป็นสำหรับเส้นทางหลัก แต่เพราะความเหนื่อยและความเชื่อใจในเทคโนโลยี เราจึงเลือกทำตามโดยไม่คิดมาก ถนนเริ่มเปลี่ยนจากคอนกรีตเป็นทางลาดยางเก่าๆ ก่อนจะกลายเป็นถนนลูกรังในบางช่วง และสัญญาณโทรศัพท์ก็ค่อยๆ หายไปทีละขีดโดยไม่มีใครในรถพูดถึงมัน

มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผมหันไปมองหน้าจอแล้วรู้สึกแปลก เพราะเส้นทางที่เรากำลังขับอยู่ ไม่ปรากฏอยู่บนแผนที่เลย เหมือนรถกำลังแล่นอยู่ในพื้นที่ว่างเปล่าบนจอ ไม่มีชื่อถนน ไม่มีหมู่บ้าน ไม่มีจุดอ้างอิงใดๆ มีแค่ลูกศรเล็กๆ ที่ยังคงชี้ไปข้างหน้าอย่างดื้อรั้น ราวกับบอกว่า นี่คือทางเดียวที่เราควรไปต่อ

รอบข้างเริ่มเงียบผิดปกติ ไม่มีเสียงรถสวน ไม่มีบ้าน ไม่มีไฟจากหน้าต่าง มีเพียงเงาต้นไม้สูงที่เรียงตัวอยู่สองข้างทาง และเสียงล้อบดกับพื้นถนนที่ดังชัดขึ้นเรื่อยๆ ในความเงียบ เพื่อนคนหนึ่งเริ่มถามเบาๆ ว่า “แน่ใจเหรอว่าทางนี้ใช่” แต่ไม่มีใครตอบ เพราะไม่มีใครมีคำตอบที่ดีกว่า GPS ตรงหน้า

เราเริ่มสังเกตว่าถนนเส้นนี้วนซ้ำในลักษณะที่แปลกประหลาด ทางโค้งบางจุดดูเหมือนเคยผ่านมาแล้ว ป้ายเก่าๆ ที่เขียนด้วยตัวหนังสือซีดจางก็โผล่ขึ้นมาเหมือนเดิมในตำแหน่งเดิม ทั้งที่เราควรจะขับเลยไปไกลแล้ว ความรู้สึกเหมือนกำลังวนอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ควรมีอยู่จริง เริ่มก่อตัวขึ้นโดยไม่มีใครกล้าพูดออกมาตรงๆ

มีจังหวะหนึ่งที่ GPS รีเฟรชหน้าจอแล้วเส้นทางทั้งหมดหายไปชั่วครู่ ก่อนจะกลับมาพร้อมเส้นทางใหม่ที่พาเราเลี้ยวเข้าป่าเล็กๆ ข้างทาง ทั้งที่ตรงนั้นดูเหมือนไม่ควรเป็นถนนสำหรับรถยนต์เลยด้วยซ้ำ แต่ความลังเลในตอนนั้น กลับถูกกลบด้วยความคิดง่ายๆ ว่า อย่างน้อยมันก็น่าจะพาเราออกไปจากที่นี่ได้

เหตุการณ์ GPS พาหลงทางกลางคืนแบบนี้ อาจไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับคนที่เคยขับรถผ่านพื้นที่เปลี่ยวมาก่อน

คืนนั้นผมเพิ่งรู้ว่า ของบางอย่างในรถไม่ได้มีไว้แก้ปัญหา แต่มันช่วยไม่ให้เราตื่นตระหนกเกินไปเวลาทุกอย่างเริ่มไม่แน่นอน
(ของที่เผลอจำ – กลางคืน)

รถเริ่มชะลอลงโดยอัตโนมัติ ถนนแคบลง ต้นไม้เริ่มใกล้เข้ามา ไฟหน้ารถสะท้อนหมอกบางๆ ที่ลอยต่ำเหนือพื้น และมีบางช่วงที่เหมือนมีเงาเคลื่อนไหวอยู่ริมทาง แต่พอหันไปมองจริงๆ ก็ไม่เห็นอะไรชัดเจน ทุกคนในรถเงียบลงอย่างพร้อมเพรียง เหมือนต่างคนต่างพยายามไม่คิดไปไกลกว่าสิ่งที่ตาเห็น

หลังจากขับวนอยู่เกือบชั่วโมง GPS ก็กลับมาพาเราออกสู่ถนนใหญ่โดยไม่มีคำอธิบายใดๆ ร้านสะดวกซื้อแห่งแรกปรากฏขึ้นเหมือนสัญญาณว่าพวกเรากลับมาอยู่ในโลกปกติอีกครั้ง เสียงถอนหายใจดังขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย และไม่มีใครพูดถึงเส้นทางก่อนหน้านั้นอีกเลย

ภายหลังผมลองเปิดแผนที่ดูย้อนหลัง ทั้งจาก Google Maps และแอปอื่นๆ แต่ไม่พบถนนเส้นนั้นอยู่ในระบบ ไม่มีประวัติ ไม่มีเส้นทาง ไม่มีแม้แต่จุดที่เราควรจะหลงเข้าไปได้ มันเหมือนกับว่าคืนหนึ่ง เราเคยขับรถผ่านสถานที่ที่ไม่มีอยู่ในแผนที่จริงๆ

บางที GPS อาจแค่พาเราหลงทางเพราะสัญญาณผิดพลาด หรือข้อมูลล่าช้า แต่สำหรับคนที่อยู่ในรถคืนนั้น เราทุกคนรู้ดีว่า บรรยากาศ ความเงียบ และความรู้สึกบางอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างทาง ไม่ได้เหมือนกับการหลงทางธรรมดา และมันยังคงกลับมาในความทรงจำทุกครั้งที่ต้องขับรถกลางคืนผ่านถนนเปลี่ยวๆ แบบนั้นอีก

Visited 3 times, 1 visit(s) today

Comments

No comments yet. Why don’t you start the discussion?

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *